นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพด้านสายตาและการมองเห็น
Subscribe to the feed Feed
Comments feed Comments feed

การตรวจหาความผิดปกติในการมองเห็น

ดวงตา มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรับรู้สิ่งต่างๆรอบตัว

แต่ด้วยสภาพแวดล้อมและการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนกระตุ้นให้สายตามีโอกาสเสื่อมเร็วกว่าปกติ และเป็นสาเหตุของปัญหาสายตาตามมา เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคต้อกระจก เป็นต้น การใส่ใจดูแลสุขภาพสายตาจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม หากมีอาการตาล้า หรือปวดตา หาสำลีชุบน้ำมาวางขณะหลับตา จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดอาการล้าของสายตาได้ดี ปรับความสว่างของห้องทำงานให้เหมาะสม ไม่ควรทำงานในที่ที่มีแสงจ้าเกินไป รวมถึงปรับแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน จัดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม โดยให้มีระยะห่างประมาณ 50-70 เซนติเมตร และปรับระดับจอภาพให้พอดี ไม่ควรให้อยู่สูงหรือต่ำ หากต้องใช้สายตาสำหรับการอ่านหนังสือนานๆ ระยะการอ่านหนังสือที่ดีไม่ควรใกล้กว่า 40 ซม.

ปัญหาด้านสายตามักพบมากขึ้นในทุกเพศทุกวัย

โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาที่ต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หรือดูโทรทัศน์เป็นเวลานาน ใช้สายตาอ่านหนังสือขณะแสงไม่เพียงพอ รวมถึงแสงจากแดดและลม ล้วนเป็นปัจจัยทำให้ดวงตาเสื่อมก่อนวัย ดังนั้นในแต่ละวันจึงควรหมั่นถนอม เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุด  หากท่านไม่สามารถมองเห็นได้ในระดับ 20/20 การตรวจด้วยเครื่องวัดสายตาอัตโนมัติ สามารถตรวจหาความผิดปกติในการมองเห็นของท่านได้ เช่น สายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิดและสายตาเอียง ซึ่งเกิดจากกำลังการรวมแสงไม่พอดีกับความยาวของลูกตา การวัดสายตาด้วยเครื่องวัดสายตาอัตโนมัติ สามารถหาค่าความผิดปกติในการมองเห็นของท่าน และมีการเปลี่ยนเลนส์ในแบบต่างๆเพื่อให้ได้การมองเห็นที่ดีที่สุดในตาแต่ละข้าง ซึ่งจักษุแพทย์จะใช้ผลจากการวัดสายตานี้ เพื่อใช้ตัดแว่นสายตาซึ่งเหมาะสมกับค่าสายตาของท่าน และค่าสายตาที่แน่นอนในการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ

สารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา

1.ลูทีน (Lutein) เป็นสารอาหารธรรมชาติกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบมากในตาบริเวณจุดรับภาพ และจอประสาทตา ทำหน้าที่ป้องกันรังสีจากแสงแดด ช่วยกรองแสงสีน้ำเงินที่จะทำลายดวงตา และช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาโดยการลดอนุมูลอิสระที่ทำลายดวงตา ร่างกายจำเป็นต้องได้รับลูทีนจากอาหาร โดยเฉพาะจากพืชผักสีเขียวเข้ม
2.บิลเบอร์รี่สกัด (Bilberry extract) เป็นสารอาหารกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoid) ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันเลนส์ตา และสร้างความแข็งแรงให้กับคอลลาเจนซึ่งเป็นโครงสร้างของคอร์เนีย (Cornea) และเส้นเลือดฝอยในตา ทำให้เส้นเลือดฝอยไม่เปราะแตกง่าย และป้องกันไม่ให้เซลล์ดวงตาขุ่นมัว อันเป็นสาเหตุของโรคต้อกระจก
3.เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) เป็นสารอาหารธรรมชาติที่พบมากในแครอท ฟักทอง ร่างกายจะเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนเป็นวิตามินเอ ซึ่งจะช่วยการมองเห็นในที่มืด ป้องกันโรคตาบอดตอนกลางคืน และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงดวงตา และป้องกันโรคตาหลายชนิด


July 25, 2014 in สุขภาพ
Tags: , , | Comments Off

โรคตาแดงที่สามารถแพร่ระบาดผ่านกันได้อย่างรวดเร็ว

หนึ่งในโรคสำคัญที่มักระบาดในฤดูฝนหรือในช่วงที่มีน้ำท่วม

ก็คือ โรคตาแดง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา และติดต่อแพร่ระบาดผ่านกันได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กๆที่มีนิสัยชอบเล่นน้ำอาจจะลงไปเล่นน้ำที่ท่วมขัง โรคตาแดงสามารถพบได้ในทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็ก วัยเรียน วัยรุ่น วัยทำงาน ผู้ใหญ่ ตลอดจนผู้สูงอายุ และมักเกิดในโรงเรียน โรงพยาบาล ที่ทำงาน สถานเลี้ยงเด็ก ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู้คนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก และโรคตาแดงมักจะระบาดในช่วงฤดูฝน และระยะเวลาของโรคจะเป็นประมาณ 5-14 วัน ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่น

โรคตาแดงเป็นโรคตาที่พบได้บ่อย เป็นการอักเสบของเยื่อบุตาที่คลุมหนังตาบนและล่างรวมเยื่อบุตาที่คลุมตาขาว โรคตาแดงอาจจะเป็นแบบเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรัง สาเหตุอาจจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส Chlamydia trachomatis ภูมิแพ้ หรือสัมผัสสารที่เป็นพิษต่อตา สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส มักจะติดต่อทางมือ ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวโดยมากใช้เวลาหาย 2 สัปดาห์ ตาแดงจากโรคภูมิแพ้มักจะเป็นตาแดงเรื้อรัง มีการอักเสบของหนังตา ตาแห้ง การใช้ contact lens หรือน้ำยาล้างตาก็เป็นสาเหตุของตาแดงเรื้อรัง

สาเหตุของโรคตาแดงที่พบโดยทั่วไป

1.ตาแดงจากเชื้อไวรัส มักจะไม่ค่อยมีขี้ตา แต่มีน้ำตาไหล เคืองตามาก อาจมีต่อมน้ำเลืองที่หน้าหูโต มักเริ่มเป็นที่ตาใดตาหนึ่งก่อน และลามไปเป็นทั้งสองตาอย่างรวดเร็ว มีประวัติติดต่อกันในคนหมู่มากหรือจากที่ทำงาน โรงเรียน หรือในครอบครัว มักจะหายได้เองใน 1-2 สัปดาห์
2.ตาแดงจากเชื้อแบคทีเรีย จะมีขี้ตาเป็นสีเขียวหรือสีเหลือง อาจเป็นตาเดียวหรือสองตาก็ได้ ติดต่อกันได้เช่นกัน แต่จะระบาดน้อยกว่าตาแดงจากเชื้อไวรัส
3.ตาแดงจากโรคภูมิแพ้ จะมีอาการคันตามาก น้ำตาไหล อาจมีขี้ตาขาวหรือเหนียว หนังตาบวม มักมีประวัติเป็นๆหายๆ อาจมีสาเหตุของการแพ้ชัดเจนหรือมีอาการแพ้ของร่างกายส่วนอื่น เช่น หอบหืดร่วมด้วย เป็นต้น

วิธีการการรักษาโรคตาแดง

การรักษาโรคตาแดงตามลักษณะอาการของโรค เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสนี้โดยตรง ถ้ามีขี้ตามากก็หยอดยาปฎิชีวนะ มีไข้ เจ็บคอ ก็ใช้ยาแก้อักเสบร่วมด้วยกับยาลดไข้ ยาลดปวด โดยผู้ป่วยโรคตาแดงต้องพยายามรักษาสุขภาพพักผ่อนมากๆโดยเฉพาะในช่วงที่มีอาการตาแดงอย่างรุนแรง ไม่ควรทำงานดึกควรนอนให้เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องปิดตาไว้ตลอด ยกเว้นมีกระจกตาอักเสบ เคืองตามาก จึงปิดตาเป็นครั้งคราว และควรสวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันแสง โดยควรงดการใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน ทุกครั้งที่จับตาควรล้างมือให้สะอาด ผู้ป่วยไม่ควรลงเล่นน้ำในสระเพราะจะแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปในน้ำได้ หากรักษาด้วยยาป้ายตาหรือยาหยอดตานานเกิน 7 วัน แล้วอาการยังไม่ทุเลา หรือมีอาการอื่นร่วม ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะหากทิ้งไว้นานถึงขั้นตาบอดได้


June 25, 2014 in สุขภาพ
Tags: , , | Comments Off

ผลกระทบต่อสุขภาพสายตาที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ

ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทำให้เรารับรู้แสง ทำให้เรามองเห็นและรับรู้เรื่องราวต่างๆ และตีความภาพสีและมิติต่างๆ ด้วยการประมวลผลจากแสง เป็นส่วนที่สำคัญของประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของร่างกาย เราใช้สายตาในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น การอ่าน การทำงาน การดูทีวี การเขียน  และกิจกรรมอื่นๆนับไม่ถ้วน

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น สภาพร่างกายเริ่มมีการเสื่อมสภาพ ทางด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระดูก รวมถึงอวัยวะต่างๆที่สำคัญ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของร่างกาย แต่สิ่งที่เราไม่ควรนิ่งเฉย นั่นคือ ความเสื่อมถอยที่นำไปสู่การสูญเสียที่ถาวร เช่นโรคตาเสื่อม ที่นำไปสู่การตาบอดได้ โดยส่วนมากผู้ป่วยจะไม่ทราบว่าตนเองมีอาการผิดปกติ จนกว่าจะได้เห็นการมองที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น ตาพร่า ความชัดเจนลดลง ภาพเกิดการบิดเบี้ยว

ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ทั้งที่ทำงานและที่บ้าน ช่วยอำนวยความสะดวก และยังสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลิน มีการใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานมากมายหลายสาขา จนกลายเป็นสิ่งจำเป็น ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ ในขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์ผู้ใช้จะต้องใช้สายตาดูที่จอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมา โดยเฉพาะสุขภาพทางตา ในปัจจุบันพบว่าผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์มีอาการไม่สบายตา เมื่อยตา ถึงแม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็ควรระมัดระวัง

ปัจจุบันมีผู้ป่วยทางตาจากคอมพิวเตอร์มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะจอคอมพิวเตอร์นั้นจะปล่อยรังสีออกมา ได้แก่ รังสีเอกซ์ ปริมาณที่น้อยมากทำให้ไม่เกิดอันตรายใดๆ แต่จะทำให้เกิดอาการเมื่อยตา เคืองตา ตาแดง ในผู้ที่ใช้งานเป็นเวลานาน แม้จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่พออายุเริ่มมากขึ้น ก็จะมีปัญหาเรื่องสายตา หรือมีอาการผิดปกติต่อดวงตา เช่น ต้อหิน ต้อกระจก การตรวจพบโรคในระยะแรกๆ จะทำให้ดวงตาสามารถได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และหายได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนตำแหน่งการจัดวางคอมพิวเตอร์ และท่านั่งให้เหมาะสมก็จะช่วยให้สบายขึ้น และจัดวางให้ห่างจากสายตาของผู้ใช้มากกว่าระยะปกติ การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ควรหยุดพักเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้ดวงตาเกิดอาการเมื่อยล้า และควรพบแพทย์ทันทีเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตา


May 21, 2014 in สุขภาพ
Tags: , | Comments Off

การดูแลสุขภาพดวงตาไม่ควรมองข้ามหรือละเลยความผิดปกติ

ดวงตา นับเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีความสำคัญช่วยในการมองเห็นและรับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว การดูแลสุขภาพดวงตาจึงไม่ควรมองข้ามหรือละเลยความผิดปกติที่เกิดขึ้น ผศ.พญ.สุชาดา กัมปนาทแสนยากร และ อ.พญ.สุขศรี โชติกวณิชย์ อาจารย์ประจำภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้ว่า โรคที่เกี่ยวกับตาเกิดขึ้นได้นับแต่อายุน้อยไปจนกระทั่งสูงอายุ ปัญหาสุขภาพตาหากแบ่งตามวัย ในเด็กปัญหาที่พบอันดับแรกคือ อุบัติเหตุทางตาซึ่งอาจเกิดจากของมีคมทิ่มแทงตา สิ่งแปลกปลอมเข้าตาหรือเล่นของเล่นมีคม ฯลฯ จึงควรต้องเพิ่มความระมัดระวัง

อีกส่วนสำคัญสำหรับปัญหาตาในเด็กคือ สายตาผิดปกติ ทั้งสายตาสั้น สายตายาวและสายตาเอียง อีกทั้งในเรื่องของ ตาเหล่ ตาเข หรืออาจมีเรื่องของ จอรับภาพผิดปกติ เนื่องจากการคลอดก่อนกำหนด หรือความพิการแต่กำเนิด อีกทั้ง ต้อหิน ต้อกระจก ก็สามารถเกิดขึ้นในวัยเด็กได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ปัญหาสุขภาพตาในเด็กยังมีประเด็นสำคัญที่ผู้ปกครองควรต้องช่วยสังเกตคือ ตาขี้เกียจ ซึ่งในความผิดปกติที่เกิดขึ้นหรือพบว่ามีความผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษา ทั้งนี้หากละเลยไม่รับการรักษาตาข้างที่มีความผิดปกติจะทำให้ไม่รับรู้ภาพและในที่สุดก็จะเกิดเป็นตามัวถาวร

ในช่วงวัยรุ่น ปัญหาที่พบเป็นเรื่องกระจกตาอักเสบสาเหตุเกิดจากการสวมใส่คอนแทคเลนส์โดยขาดการดูแลอย่างถูกวิธี เช่น ควรเปลี่ยนน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ทุกวัน ไม่ใส่คอนแทค เลนส์เกินอายุของตัวคอนแทคเลนส์ ขวดน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์เมื่อเปิดมาใช้แล้วไม่ควรเกิน 6 เดือน ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามหากมีความผิดปกติมีอาการระคายเคือง ตาแดง ฯลฯ เกิดขึ้นควรรีบมาพบแพทย์โดยเร่งด่วน อีกทั้งปัญหาสุขภาพตาที่พบต่อเนื่องจากวัยเด็กยังคงมีเรื่องของสายตาผิดปกติทั้งสายตาสั้น ยาว เอียง ก็พบได้เช่นกันในวัยนี้

สุขภาพตาของผู้สูงอายุ โรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตาที่พบบ่อยอันดับต้นได้แก่ ต้อกระจก ซึ่งเป็นโรคเลนส์ตามีความขุ่นโดยปกติเลนส์ตาจะใสและนิ่มแต่เมื่ออายุมากขึ้นเลนส์ตาจะแข็งและขุ่นปิดกั้นไม่ให้แสงผ่านเข้าไปในตาทำให้การมองเห็นลดลง เห็นไม่ชัดเจนเหมือนมีเมฆหมอกมาบดบัง ในการรักษารักษาด้วยการผ่าตัดต้อกระจก สลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง ใส่เลนส์เทียมจะทำให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็น พร้อมกันนี้หากผู้ป่วยมีสายตาสั้น สายตายาว ฯลฯ ก็สามารถแก้ไขได้ขณะผ่าต้อกระจก วิธีการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูงเป็นวิธีการรักษาที่ทันสมัย แผลมีขนาดเล็กประมาณ 3 มิลลิเมตร การผ่าตัดจะไม่เจ็บและไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลหรือพักเพียงคืนเดียวก็สามารถกลับบ้านได้ นอกจากนี้ที่ผ่านมา รพ.ศิริราช ได้


April 21, 2014 in สุขภาพ
Tags: , | Comments Off

อาการผิดปกติที่เราควรไปตรวจตาและการมองเห็น

chi

หลายๆ คนคงจะคิดว่าแม้ไม่มีดวงตา หรือตาบอดก็ยังไม่ถึงแก่ชีวิต ทำให้การระวังรักษาดวงตากลายเป็นเรื่องรองจากการรักษาโรคทางกายอื่นๆ ความคิดเช่นนี้มีส่วนถูกต้องอยู่ก็จริง แต่ก็คงต้องยอมรับว่า การมีสายตาปกติตั้งแต่เกิดไปจนเสียชีวิต จะทำให้เราสามารถประกอบภารกิจต่างๆ ได้ดี มีคุณภาพชีวิต ได้เห็นโลกกว้าง และมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข สามารถช่วยเหลือสังคม และไม่เป็นภาระของรัฐที่ต้องให้ความช่วยเหลือ ซึ่งหนึ่งในวิธีการดูแลดวงตาก็คือการไปตรวจตา โดยเฉพาะเมื่อเกิดอาการผิดปกติต่างๆ

อาการผิดปกติควรใส่ใจ

เพราะอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นการแสดงว่าเกิดพยาธิสภาพของอวัยวะนั้นๆ เป็นการเตือนให้เราไปรับการตรวจจากแพทย์ สำหรับอาการผิดปกติของดวงตาที่เราควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติก็ได้แก่

1. ความผิดปกติของการมองเห็น ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายอย่าง เช่น

- ตามัวลง ไม่ว่าจะเป็นเพราะเคยมองเห็นได้ดีกว่านี้ หรือมองเห็นได้น้อยกว่าผู้อื่นในวัยเดียวกัน เช่น เด็กนักเรียนยืนอยู่หลังชั้น เพื่อนๆ เห็นตัวหนังสือบนกระดานดำ แต่เราไม่เห็น หรือเคยมองเห็นป้ายบอกทางในระยะนี้ แต่บัดนี้มองไม่ชัด เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปต้องคอยทดลองตาทั้ง 2 ข้าง ด้วยการปิดตาเพื่อเทียบการมองเห็นจากตา 2 ข้าง เพราะมีอยู่บ่อยมากที่ผู้ป่วยไม่ทราบว่า มองเห็นข้างเดียวมานาน เพราะตาที่เป็นโรคมัวลงอย่างช้าๆ จนเจ้าตัวไม่ได้สังเกต

- เห็นภาพบิดเบี้ยว อาจจะเห็นเส้นตรงเป็นโค้งหรือหงิกๆ งอๆ มักเป็นตาเดียว ซึ่งอาจทดสอบด้วยตัวเองโดยเทียบกับตาข้างดี อาการอย่างนี้จะบ่งถึงว่ามีความผิดปกติของจอประสาทตาส่วนกลาง (macula)

- เห็นภาพขาดหายไป เช่น มองหน้าคนไม่เห็นลูกตา หรือมองภาพคล้ายๆ ใครเอาผ้าม่านมาปิดบางส่วน หรือเห็นภาพดำๆ ตรงกลาง อาการแบบนี้เป็นความผิดปกติของลานสายตา บางคนอาจมาด้วยลานสายตาซีกขวาไม่เห็น หรือมาด้วยอาการมักจะเดินชนวัตถุที่มาทางด้านขวา เป็นต้น ภาวะดังกล่าวอาจเกิดจากความผิดปกติของจอประสาทตา ประสาทตา ตลอดจนสมอง

- มองเห็นวัตถุข้างหน้าเป็น 2 อัน หรือหลายอัน เช่น คนสูงอายุเห็นดวงจันทร์สองดวง หรือหลายดวง อันเนื่องมาจากโรคต้อกระจก หรือผู้ป่วยมีเนื้องอกในโพรงจมูก เกิดอาการมึนงง เพราะเห็นคนเดียวข้างหน้าเป็น 2 คน จากกล้ามเนื้อตาผิดปกติ เป็นต้น

- เห็นจุดดำๆ หรือตัวแมลง หรือเป็นเส้นๆ ลอยไปมา แสดงถึงมีพยาธิสภาพของน้ำวุ้นตา ตลอดจนเห็นแสงคล้ายๆ แฟลชเป็นบางครั้ง บ่งถึงอาจมีความผิดปกติของจอประสาทตา ฯลฯ

2. ตาแดง เป็นอาการที่สำคัญอันหนึ่งอาจพบในโรคเยื่อบุตาอักเสบ ต้อลม ต้อเนื้อ ซึ่งไม่อันตราย รักษาได้ง่ายหรืออาจหายเองได้ ตลอดจนตาแดงจากโรคที่รุนแรง เช่น ต้อหินเฉียบพลัน ม่านตาอักเสบ การอักเสบภายในลูกตา ฯลฯ ซึ่งหากรักษาช้าหรือไม่รับการรักษา จะทำให้ตาบอดได้ ผู้มีอาการตาแดงจึงควรปรึกษาแพทย์

3 . ปวดตา เจ็บตา ร่วมกับมีหรือไม่มีขี้ตา บ่งถึงมีความผิดปกติภายในหรือรอบๆ บริเวณเบ้าตา

4. ปวดศีรษะบ่อยๆ ในบางรายอาจเป็นอาการแสดงของสายตาผิดปกติ หรือมีการอักเสบของเบ้าตา
ตลอดจนการใช้สายตาผิดๆ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์วันละหลายๆ ชั่วโมง เป็นต้น

ถ้าใครมีอาการเหล่านี้ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์อย่าละเลยเป็นอันขาด ควรใส่ใจเพื่อจะได้มีดวงตาสวยๆไว้ให้เรามองสิ่งต่างๆต่อไป


March 27, 2014 in สุขภาพ
Tags: , , | Comments Off