นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพด้านสายตาและการมองเห็น
Subscribe to the feed Feed
Comments feed Comments feed

วิธีง่ายๆ ในการบริหารดวงตาให้มีสุขภาพดี

ดวงตาเป็นอวัยวะที่เราต้องใช้งานเป็นประจำทุกวัน และไม่สามารถที่จะหยุดใช้ได้ด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่เราตื่นนอน การเดินทาง การทำงาน การพักทานอาหาร หรือแม้แต่การพักผ่อนอย่างการดูทีวีหรือภาพยนตร์ และการใช้โทรศัพท์มือถือ ฉะนั้นแล้วจึงแทบจะพูดได้ว่า นอกจากช่วงเวลาที่เรานอนหลับแล้วนั้น ดวงตาของเราแทบไม่เคยได้พักเลย เราจึงต้องหมั่นใส่ใจในสุขภาพของดวงตาให้มาก และนอกจากอาหารการกินที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสุขภาพของดวงตา ยังมีวิธีในการบริหารดวงตาอย่างง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตาคุณเองเป็นประจำ ซึ่งจะมีวิธีการอย่างไรบ้างนั้น เราลองมาดูกันได้เลย

วิธีที่ 1 ให้กระพริบตาถี่ๆ เป็นประจำ ซึ่งโดยปกติแล้วเราจะกระพริบตา 1 ครั้งในทุก 4 วินาที แต่ให้คุณกระพริบเพิ่มทุกครั้งที่คุณนึกได้ คือให้กระพริบติดต่อกัน10 ครั้งแล้วค่อยเว้นกับการกระพริบปกติ เมื่อนึกได้ก็ให้กระพริบติดต่อกันใหม่ เมื่อทำแบบนี้เป็นประจำก็จะช่วยลดอาหารเหนื่อยล้าจากการใช้สายตาระหว่างวันได้ดีทีเดียว
วิธีที่ 2 หลับตาให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค้างไว้ประมาณ1 -2 วินาที จากนั้นจึงใช้ปลายนิ้วนวดวนที่ใต้ดวงตาเบาๆ เพื่อป้องกันริ้วรอยเหี่ยวย่น ทำสักวันละ5 ครั้งเป็นประจำทุกวัน
วิธีที่ 3 กรอกลูกนัยน์ตาโดยที่ไม่ต้องขยับศีรษะ โดยเริ่มจากบนลงล่าง สลับกับซ้ายไปขวา วิธีนี้จะเป็นการกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อดวงตาให้ทำงานได้ดีและเป็นปกติ ซึ่งควรทำเป็นประจำทุกวัน โดยทำวันละครั้ง ครั้งละ 3 -5 รอบก็เพียงพอ
วิธีที่ 4 คล้ายกับวิธีที่สาม แต่ให้คุณจินตนาการว่า คุณกำลังวาดรูปสี่เหลี่ยมด้วยดวงตา และพยายามวาดให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะวาดได้ โดยที่ไม่ต้องขยับศีรษะเช่นกัน ทำครั้งละ 3 – 5 รอบ วันละ 1 ครั้ง โดยวาดให้ได้รูปสี่เหลี่ยมช้าๆ ไม่ต้องรีบกรอกดวงตามากนัก ซึ่งถือเป็นอีกหนี่งวิธีในการบริหารดวงตาเช่นกัน
วิธีที่ 5 ยื่นแขนออกไปด้านหน้าสุดแขน ตรงขนานกับพื้น จากนั้นมองไปที่ปลายนิ้ว ค่อยๆ เลื่อนแขนออกไปด้านข้างจนเป็นระนาบเดียวกับศอก โดยที่ไม่ละสายตาไปจากปลายนิ้ว จากนั้นจึงเลื่อนแขนกลับมาที่ด้านหน้าตรงอีกครั้งอย่างช้าๆ ทำสลับกันทั้งสองด้านเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการบริหารดวงตา
วิธีที่ 6 หาจุดโฟกัสให้กับสายตา โดยเริ่มจากสิ่งที่อยู่ไกล จ้องค้างไว้สัก 10 วินาที แล้วจึงค่อยสลับจุดโฟกัสมาที่สิ่งของที่อยู่ใกล้ๆ ประมาณช่วงแขน จ้องค้างไว้ประมาณ 10 วินาทีเช่นกัน ทำสลับไปมาข้างละประมาณ 5 ครั้ง ทั้งสองข้าง เป็นประจำทุกวัน
TIPS :
– หมั่นมาส์กดวงตาด้วยแตงกวาหรือถึงประคบเย็นในช่วงเวลาที่คุณว่าง เพื่อดวงตาที่สดใสสดชื่น และเป็นการผ่อนคลายจากการใช้งานอย่างหนัก
– อย่าลืมปกป้องดวงตาจากแสงแดดแรงๆ ทุกครั้ง ด้วยแว่นกันแดดคุณภาพดีที่ช่วยป้องกันรังสียูวีได้อย่างแท้จริง
– หาอาหารเสริมบำรุงสายตาที่มีคุณภาพมาทาน เนื่องจากใช้สายตาเพ่งคอมพิวเตอร์ทำให้ขาดการกระพริบตาที่ต่อเนื่อง การเพ่งอะไรนานๆ โดยที่ไม่พักสายตาและ กระพริบตาให้เหมาะสม จะทำให้ดวงตาขาดน้ำตา เป็นสาเหตุให้เกิดอาการตาแห้งได้ เมื่อทานไปได้ซักระยะหนึ่ง ก็พบว่ามองได้ชัดเจนขึ้น ไม่ปวดตาเวลาจ้องคอม หรือ สมาทโฟนนานๆ และไม่เกิดเส้นเลือดในดวงตา ที่ทำให้ดูเหมือนคนเป็นโรคตาแดง ช่วยได้เกินคาด


July 14, 2015 in สุขภาพ
Tags: | Comments Off

สาเหตุที่ทำให้เกิดตากุ้งยิงและการรักษาการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

13

ตากุ้งยิงคือการอักเสบของต่อมไขมันบริเวณฐานของขนตา (ใต้เปลือกตา) โดยมีอาการบวม แดง ร้อน และอาจมีอาการปวด แต่ไม่เป็นอันตรายต่อนัยน์ตา รักษาได้ด้วยยาหยอดตาหรือยาป้ายตา หรือรับประทานยาปฏิชีวนะสมัยก่อนถ้าใครตาบวมแดง และมีตุ่มเล็กๆขึ้นที่ตา มักจะถูกล้อว่าเป็น “ตากุ้งยิง” และคาดเดาสาเหตุต่างๆของการเกิดตากุ้งยิง บริเวณขอบเปลือกตาของคนเราจะมีต่อมขนาดเล็กๆ เป็นจำนวนมาก ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย จะทำให้อักเสบเป็นฝีที่เปลือกตาเรียกว่ากุ้งยิงทำให้มีก้อนที่เปลือกตา มีอาการบวม เจ็บ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ต่อไปก้อนนี้จะเป็นหนองและแตกเองได้ กุ้งยิงเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย บางรายเกิดเนื่องจากมีการอุดตันของต่อมเปลือกตานำมาก่อน แล้วเกิดการติดเชื้อมีอยู่ปกติในบริเวณนั้นตามมา เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกุ้งยิงส่วนใหญ่ได้แก่ เชื้อสแตพไฟโลคอคคัส ต้นเหตุที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ได้แก่ เปลือกตาไม่สะอาด มักเกิดจากการขยี้ตาบ่อยๆ ใช้เครื่องสำอาง แล้วล้างออกไม่หมดหรือล้างไม่สะอาด ใส่หรือถอดคอนแทคเลนส์ด้วยมือไม่สะอาด

กุ้งยิงในระยะแรก ซึ่งมีลักษณะแบบเปลือกตาอักเสบ ยังไม่มีหนอง รักษาโดยการประคบด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15-20 นาที เป็นเวลา 3-4 วัน เพื่อช่วยลดอาการบวม เจ็บ และเป็นการทำให้รูเปิดของต่อมเปลือกตาไม่อุดตัน ในขณะทำการประคบให้หลับตาไว้ การใช้ยา ควรได้รับการตรวจตาและสั่งยาโดยแพทย์ ยาที่ใช้มักเป็นยาปฏิชีวนะหยอดตา ป้ายตา และบางรายอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะรับประทานร่วมด้วย กุ้งยิงที่เป็นประมาณ 2-3 วันขึ้นไป ถ้ายังไม่ดีขึ้น มักจะมีหนองอยู่ภายในก้อน จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อเจาะและขูดเอาหนองออกและใช้ยาปฏิชีวนะต่อไปอีก 3-5 วัน หรือจนกว่าจะหายอักเสบ ในบางรายอาจเป็นซ้ำได้ถ้าหนองออกไม่หมด หรือการอักเสบยังไม่หายดี หลังจากเจาะกุ้งยิง แพทย์มักปิดตาข้างนั้นไว้ เพื่อไม่ให้เลือดออก และช่วยลดอาการบวมประมาณ 4-6 ชั่วโมง ท่านไม่ควรขับรถในช่วงนั้น เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้ามีอาการปวดเจ็บบริเวณที่เป็น ให้รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ ไม่ควรบีบหนองที่เปลือกตาเอง เพราะอาจทำให้อักเสบมากขึ้นได้

การป้องกันดูแล รักษาความสะอาดบริเวณเปลือกตาและใบหน้า หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณเปลือกตาหรือขยี้ตาบ่อยๆ ทำการรักษาตั้งแต่เริ่มเป็นเพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้การอักเสบเป็นมากขึ้น กุ้งยิง เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งอาจป้องกันมิให้เกิดขึ้นได้ ถ้าระมัดระวังในเรื่องของสุขอนามัย กุ้งยิงไม่ใช่โรคร้ายแรง โดยทั่วไป มักรักษาให้หายได้ภายใน 1 สัปดาห์ ในกรณีที่กุ้งยิงเป็นนานผิดปกติหรือเป็นซ้ำบ่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป


May 22, 2015 in สุขภาพ
| Comments Off

ต้อกระจก เป็นโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเลนส์ตาเมื่ออายุมากขึ้น

womans-eye1
ต้อกระจก เป็นภาวะที่ทำให้สูญเสียการมองเห็นเป็นอันดับแรกๆในโลก เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเลนส์ตาเมื่ออายุมากขึ้น ต้อกระจกพบได้ในผู้สูงวัยทุกคน หากแต่ละคนไม่จำเป็นต้องมีความรุนแรงที่เป็นเท่ากันที่อายุเดียวกัน แม้ว่าต้อกระจกจะทำให้การมองเห็นแย่ลงจนในบางคนจนอาจเป็นสาเหตุให้ตาบอดได้ แต่หากได้รับการรักษาในระยะแรกๆก็สามารถทำให้การมองเห็นกลับมาเหมือนเดิมได้ต้อกระจกพบเพิ่มขึ้นโดยประมาณ 5-10 ล้านคนต่อปี พบได้ถึง 50% ของผู้ที่มีอายุระหว่าง 65-74 ปี และเพิ่มถึง 70% ในผู้ที่อายุมากกว่า 75 ปี โดยปกติเลนส์ตาจะมีการเปลี่ยนแปลงตามอายุที่มากขึ้น คือเลนส์ตามีความหนา แข็งขึ้น การที่เลนส์ตามีการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เป็นเหตุให้กำลังเลนส์ในการมองใกล้ เปลี่ยนไป เมื่ออายุมากจึงมองที่ใกล้ไม่ชัด ต่อมาเมื่อเนื้อเลนส์หนามากขึ้นๆก็จะมีความขุ่นมากขึ้นได้

ต้อกระจกไม่ไช่โรคติดต่อและไม่ลุกลามจากตาข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเกิดพร้อมกันทั้งสองตา แต่อาการรุนแรงอาจไม่เท่ากัน การใช้สายตามากๆไม่เป็นสาเหตุของต้อกระจกหรือทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น ต้อกระจกมักเกิดขึ้นอย่างช้าๆ กว่าสายตาของผู้ป่วยส่วนมากจะขุ่นมัวจนมองเห็นไม่ชัด อาจใช้เวลาเป็นหลายเดือนหรือหลายปี โดยทั่วไปต้อกระจกถือว่าเป็นโรคที่รักษาได้ผลดีมาก มีอาการสายตามัวเหมือนมีฝ้าหรือหมอกบัง จะมัวเร็วหรือช้ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับและตำแหน่งของความขุ่นมัวในเนื้อเลนส์แก้วตา หากเป็นเฉพาะในบริเวณขอบๆผู้ป่วยจะยังมองเห็นได้ชัดเจนตามปกติ เห็นภาพซ้อน สายตาพร่า สู้แสงไม่ได้ อาการระยะแรกของต้อกระจกในบางรายสายตาของผู้ป่วยจะสั้นขึ้น ทำให้ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อยๆ เมื่อต้อกระจกรุนแรงขึ้น สายตาจะขุ่นมัวจนแว่นตาช่วยอะไรไม่ได้ รูม่านตาที่ปกติเห็นเป็นสีดำจะกลายเป็นสีเหลืองหรือสีขาว หากทิ้งไว้จนต้อกระจกแก่เกินไป อาจเกิดโรคต้อหินและโรคม่านตาอักเสบแทรกซ้อน ทำให้ปวดตา ตาแดง ตาบอดได้

การผ่าตัดต้อกระจก วิธีนี้จะทำการรักษาด้วยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) สลายต้อกระจกและดูดออกมา ซึ่งเป็นที่นิยมมากในขณะนี้ เนื่องจากแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กเพียง 2.6-3.0 มิลลิเมตรเท่านั้น จากนั้นแพทย์จะใส่เลนส์แก้วตาเทียมแบบพับได้ลงไป สำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น ยาว หรือเอียง ร่วมด้วยนั้น แพทย์จะใส่เลนส์ที่มีกำลังขยายพอดีเข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ ทำให้สามารถกลับมามองเห็นได้อย่างรวดเร็ว การผ่าตัดนี้ใช้เวลาน้อยและไม่จำเป็นต้องมีการเย็บแผล จักษุแพทย์ที่ชำนาญสามารถทำการผ่าตัดได้ โดยใช้ยาชาหยอดเฉพาะที่เท่านั้น ไม่ต้องฉีดยาหรือดมยาสลบ การผ่าตัดจึงมีความปลอดภัยมากขึ้น


April 27, 2015 in สุขภาพ
Tags: | Comments Off

ข้อควรระวังและข้อห้ามสำหรับการใช้คอนแทคเลนส์

คอนแทคเลนส์ เมื่อก่อนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ปรับสายตาสำหรับผู้มีปัญหาสายตาเท่านั้น แต่ปัจจุบันกลายเป็นแฟชั่นบนดวงตาที่นิยมกันมากในหมู่วัยรุ่นไปแล้วไม่ว่าจะเป็นคอนแทคเลนส์ที่ใส่แล้วปรับสีดวงตาเป็นสีต่างๆ ได้ดังใจ เช่น น้ำตาล เทา ฟ้า เขียว หรือคอนแทคเลนต์บิ๊ก อาย ที่ใส่แล้วดวงตาจะกลมโต ดูแล้วคิกขุน่ารัก เหมือนในการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งการซื้อหาคอนแทคเลนส์เหล่านี้ง่ายกว่าแต่ก่อนมากเลยค่ะ ไม่ใช่มีเฉพาะร้านขายแว่นเท่านั้น แต่ยังสามารถพบเห็นได้ที่แผงลอยตามแหล่งแฟชั่น หรือสั่งซื้อตามอินเตอร์เน็ต สามารถเลือกสี ราคา และขนาดได้ตามใจชอบอีกด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องอันตรายมากค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าคอนแทคเลนส์เหล่านั้นสะอาดถูกสุขลักษณะหรือไม่ หรือเหมาะสมสำหรับดวงตาเราหรือเปล่า

การเลือกซื้อคอนแทคเลนส์นั้นง่ายกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ใช่มีเฉพาะร้านขายแว่นเท่านั้น สามารถพบเห็นได้ที่แผงลอยตามแหล่งแฟชั่น หรือสั่งซื้อตามอินเตอร์เน็ต ราคาก็มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน อย่างไรก็ดีการซื้อคอนแท็กต์เลนส์มาใส่เองเป็นเรื่องที่อันตรายมาก แพทย์เตือนว่าคนสายตาปกติไม่ควรใส่คอนแท็กต์เลนส์ ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์อะไรก็ตาม ควรคำนึงว่าคอนแท็กต์เลนส์เป็นสิ่งที่ต้องสัมผัสกับดวงตาของเราโดยตรง เพราะดวงตาองเราเป็นสิ่งที่บอบบางมาก อาจทำให้เกิดปัญหาเคืองตา คันตา ตาเป็นแผล และอาจติดเชื้อหากรักษาความสะอาดไม่ดีพอ

ประเทศไทยมีผู้ใช้คอนแทคเลนส์แก้ปัญหาสายตาอยู่ประมาณ 1 แสนคน แต่ปัจจุบันอัตราการใช้คอนแทคเลนส์เพื่อความสวยงาม เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เพราะใครก็ใช้ได้ นักเรียน นักศึกษา วัยรุ่นก็ใช้กันเพื่อความสวยงาม และใช้โดยไม่ได้ถูกให้ความรู้ หรือระมัดระวัง เหมือนคนที่ใช้เป็นประจำ ดังนั้นการดูแลก็อาจจะทำได้ไม่ดีเท่ากับคนที่เขาใช้เป็นประจำ เช่น คนที่ใส่เพื่อแก้ปัญหาสายตาสั้น แบบนั้นเขาใช้เป็นปกติ ก็จะรู้จักวิธีดูแลมากกว่า คอนแทคเลนส์ถึงแม้ว่าเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางสายตาแต่ไม่อยากสวมแว่น ปัจจุบันมีการดัดแปลงเพื่อใช้เพิ่มความสวยงามของดวงตาโดยการเปลี่ยนสีหรือรูปแบบของดวงตา แต่ไม่ว่าจะใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ตาม เนื่องจากเลนส์ที่ใช้ต้องสัมผัสผิวของดวงตาที่บอบบาง การติดเชื้อหรือฉีกขาดอาจเกิดได้ง่าย ดังนั้นถ้าผู้ใช้คอนแทคเลนส์ปฏิบัติตามคำเตือน ข้อควรระวังและข้อห้ามใช้ดังกล่าวข้างต้นก็จะมีความปลอดภัยและสามารถลดความเสี่ยงจากการใช้คอนแทคเลนส์ได้


February 5, 2015 in สุขภาพ
Tags: | Comments Off

การเลือกทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตาให้อยู่กับเราไปอีกนานเท่านาน

ดวงตา เป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย มีหน้าที่ในการมองเห็นโดยการส่งสัญญาณภาพไปยังสมองเพื่อแปรภาพที่มองเห็น ดวงตาทำให้คนเราดำเนินชีวิตประจำวันได้สะดวก มองเห็นสีสันความสวยงามของโลกและบ่งบอกถึงความรู้สึกที่ส่งผ่านออกมาทางสายตา ด้วยความที่ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางจึงต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษเพื่อป้องกันโรคเกี่ยวกับสายตาที่อาจทำให้สายตาเสียระบบการมองเห็น ทำงานไม่เต็มที่หรืออาจทำให้สูญเสียดวงตา ซึ่งวิตามินเอช่วยให้เซลล์รับแสงทำงานได้ดี เมื่อร่างกายขาดวิตามินเอจึงทำให้เกิดความลำบากในการเห็นเมื่ออยู่ในที่แสงสลัวหรือมืด ความสามารถในการแยกแยะสีบางชนิดเลวลง และทำให้ตาขาวแห้ง กระจกตาเป็นแผล หากขาดวิตามินเอรุนแรงจะทำให้ตาดำแห้ง เกิดการอักเสบไปจนถึงขั้นทำให้ตาบอดได้

การกินอาหารบำรุงสายตา ก็เหมือนกับการบำรุงรักษาสายตาจากภายใน ส่วนการปรับพฤติกรรมการใช้สายตาเป็นการดูแลป้องกันอันตรายกับสายตาจากภายนอก ดังนั้นหากทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน ก็จะช่วยถนอมและรักษาดวงตาให้อยู่กับเราไปได้อีกนานเท่านาน การับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินเอ ได้แก่ เครื่องในสัตว์ ตับ ไข่แดง นอกจากนี้ยังมีในอาหารที่มีเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ ได้แก่ ผักสีเขียว และเหลืองส้ม เช่น แครอท ฟักทอง ตำลึง บร็อคโคลี ผักโขม มันเทศ

การดูแลรักษาดวงตา

1.ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาดๆทุกๆวันตอนเช้า หรือเวลาอื่นๆเช่นตอนเที่ยงหรือบ่ายด้วยเพื่อให้น้ำไปหล่อเลี้ยงตาทำให้ตาไม่แห้ง
2.ห้ามอ่านหนังสือที่แสงสว่างไม่เพียงพอ
3.การมองวัตถุใกล้ๆก่อน แล้วมองวัตถุไกลอีกครั้งจะทำให้มองเห็นได้ชัดเจนขี้น
4.เมื่อมีเวลาว่างควรออกำลังกายโดยการกระพริบตาไปมาอย่างล่ะสัก 5 วินาที โดยการมองขี้น-ลง การมองซ้าย-ขวา การกลิ้งลูกตาให้เป็นวงกลม
5.การเข้านอนแต่หัวค่ำช่วยให้ลูกตาได้พักผ่อนอีกด้วย
6.การดื่มน้ำมากๆช่วยให้ลูกตาสดชื่นดี และช่วยให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยงให้ตา
7.คนที่ทำงานเกี่ยวกับการใช้สายตามากๆ ควรออกมาเดินบางสักเล็กน้อยเพื่อให้สายตาได้พักผ่อนแล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ


January 30, 2015 in สุขภาพ
Tags: | Comments Off