นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพด้านสายตาและการมองเห็น
Subscribe to the feed Feed
Comments feed Comments feed

สาเหตุที่ต้องมีการตรวจสุขภาพสายตาเพื่อป้องกันโรคที่ตามมา

ดวงตา เป็นอวัยวะที่บอบบาง ซับซ้อนละเอียดอ่อน และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว  แต่ด้วยสภาพแวดล้อมและการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น แสงอุลตร้าไวโอเลตจากแสงแดดจ้าการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือการสูบหรี่ ล้วนกระตุ้นให้สายตามีโอกาสเสื่อมเร็วกว่าปกติ และเป็นสาเหตุของปัญหาสายตาตามมา เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคต้อกระจก เป็นต้น การใส่ใจดูแลสุขภาพสายตาจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม

ท่านอาจสงสัยว่า ทำไมต้องตรวจสุขภาพตา หากท่านไม่พบความผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา หรือการมองเห็น แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคทางตาบางโรคไม่แสดงอาการให้เห็นจนกว่าจะอยู่ในขั้นที่รุนแรง ซึ่งอาจไม่สามารถรักษาให้เป็นปกติได้ ดังนั้นท่านจึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียดอย่างน้อยสองปีต่อหนึ่งครั้ง และเมื่อท่านอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โอกาสที่จะเกิดโรคทางตามีสูงขึ้นพร้อมกับอายุที่มากขึ้น ตัวอย่างเช่น โรคต้อหิน พบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ซึ่งไม่มีอาการใดๆ เลยประมาณ 0.5 %

ขั้นตอนการตรวจมี 4 ขั้นตอน คือ
1. การวัดระดับการมองเห็นด้วยตาเปล่า
ขั้นตอนแรกในการตรวจสภาพตา คือ การวัดระดับการมองเห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งช่วยให้ทราบว่าท่านสามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่ไกลได้ดีมากเท่าไร โดยการอ่านแผนภูมิตัวเลขซึ่งมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ผลของการวัดระดับการมองเห็นด้วยตาเปล่าจะได้รับการวัดออกมาในระยะห่าง 20 ฟุต โดยเทียบกับการมองเห็นของคนทั่วไป ตัวอย่างเช่น การมองเห็นในระดับ 20/200 หมายถึง ตัวเลขที่เล็กที่สุดที่ท่านสามารถอ่านได้ในระยะห่าง 20 ฟุต คนทั่วไปสามารถอ่านได้ในระยะ 200 ฟุต ซึ่งหมายความว่าท่านไม่สามารถมองเห็นได้ดีเท่ากับคนทั่วไป

การสอบใบขับขี่ด้วยตาเปล่าผ่านได้ จะต้องมีการมองเห็นอยู่ที่ระดับ 20/40 ดังนั้นการมองเห็นในระดับ 20/40 จึงถือเป็นการมองเห็นปกติตามกฎหมาย สำหรับการมองเห็นในระดับ 20/20 ถือว่าเป็นการมองเห็นที่ดีที่สุด หากท่านไม่สามารถมองเห็นได้ในระดับ 20/20 ขั้นตอนต่อไปในการตรวจ คือ การตรวจด้วยเครื่องวัดสายตาอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการตรวจหาความผิดปกติ เช่น สายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียง

2. การวัดสายตาด้วยเครื่องวัดสายตาอัตโนมัติ
หากท่านไม่สามารถมองเห็นได้ในระดับ 20/20 การตรวจด้วยเครื่องวัดสายตาอัตโนมัติ สามารถตรวจหาความผิดปกติในการมองเห็นของท่านได้ เช่น สายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียง ซึ่งเกิดจากกำลังการรวมแสงไม่พอดีกับความยาวของลูกตา การวัดสายตาด้วยเครื่องวัดสายตาอัตโนมัติ สามารถหาค่าความผิดปกติในการมองเห็นของท่าน และมีการเปลี่ยนเลนส์ในแบบต่างๆ เพื่อให้ได้การมองเห็นที่ดีที่สุดในตาแต่ละข้าง ซึ่งจักษุแพทย์จะใช้ผลจากการวัดสายตานี้ เพื่อใช้ตัดแว่นสายตาซึ่งเหมาะสมกับค่าสายตาของท่าน และค่าสายตาที่แน่นอนในการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ

3. การวัดความดันตา
การวัดความดันตา เป็นการตรวจหาโอกาสที่จะเป็นโรคต้อหิน ซึ่งเกิดจากดวงตาไม่สามารถทนความดันภายในตัวเองได้ ผู้ที่เป็นโรคต้อหินส่วนใหญ่จะไม่มีอาการใดๆ และมีความดันตาสูงกว่าปกติซึ่งอยู่ที่ 10 – 20 มิลลิเมตรปรอท หากตรวจแล้วพบว่ามีความดันตาผิดปกติ จักษุแพทย์จะทำการตรวจอย่างละเอียดว่าเป็นโรคต้อหินหรือไม่ การวัดความดันตามีหลายวิธี และระดับความถูกต้องแม่นยำก็แตกต่างกันไป

4. พบจักษุแพทย์
ขั้นตอนสุดท้ายของการตรวจสุขภาพตา คือ การพบจักษุแพทย์ โดยจักษุแพทย์จะทำการตรวจอย่างละเอียด วิเคราะห์ผลการตรวจ และสรุปผลให้ท่านทราบ แพทย์อาจแนะนำให้มีการตรวจเพิ่มเติมอย่างละเอียด เพื่อหาโรคทางตาบางชนิด หรือ อาจแนะนำให้ใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยในการมองเห็น เช่น แว่นสายตา และอาจมีการรักษาปัญหาที่พบในระหว่างการตรวจ หรือแนะนำให้ไปพบจักษุแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการรักษาต่อไป


September 12, 2014 in สุขภาพ
Tags: , | Comments Off

เล็งเห็นความสำคัญของการตรวจสายตาและดูแลสุขภาพตนเองอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าไม่มี ตา หรือ ตาบอดสนิททั้งสองข้าง คนเราก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ แต่การดำรงชีวิตที่ปกติสุข มีความสามารถสูงสุด ทำงานได้ตามเป้าหมาย ตามกำลังความสามารถ ต้องอาศัยการมองเห็นที่ปกติ การมีตาที่ปกติ นอกจากนั้นต้องหลีกเลี่ยงภยันตรายที่อาจมีต่อดวงตา มีสุขภาพร่างกายทั่วไปดี มีการตรวจรักษาโรคทันที ทันเวลาเมื่อมีอาการผิดปกติทางตาแล้ว ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การตรวจสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอแม้ยังไม่มีอาการผิดปกติ เพื่อจะได้ตรวจพบโรคตาตั้งแต่ยังไม่มีหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย การตรวจตาจึงมีประโยชน์หลายประการกับตัวเรา

ท่านอาจสงสัยว่า ทำไมต้องตรวจสุขภาพตา หากท่านไม่พบความผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา หรือการมองเห็น แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคทางตาบางโรคไม่แสดงอาการให้เห็นจนกว่าจะอยู่ในขั้นที่รุนแรง ซึ่งอาจไม่สามารถรักษาให้เป็นปกติได้ ดังนั้นท่านจึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียดอย่างน้อยสองปีต่อหนึ่งครั้ง และเมื่อท่านอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โอกาสที่จะเกิดโรคทางตามีสูงขึ้นพร้อมกับอายุที่มากขึ้น ตัวอย่างเช่น โรคต้อหิน พบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ซึ่งไม่มีอาการใดๆ เลยประมาณ 0.5 %

เพื่อการมีสายตาที่ดีที่สุดสำหรับตนเองนั้น  เนื่องจากสายตาคนเรามีการเปลี่ยน แปลงตามอายุ อีกทั้งบางคนมี สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ทำให้การมองเห็นไม่ดีเท่าที่ควร หากตรวจพบและรับการแก้ไขด้วยแว่นสายตาก็จะทำให้การมองเห็นดีขึ้น ถ้าเป็นเด็กนัก เรียนทำให้ประสิทธิผลของการเรียนดีขึ้น ถ้าเป็นผู้ใหญ่ทำให้การทำงานสะดวกสบาย ทำงานได้ดีขึ้น มีบางรายสายตาไม่ปกติ ทำให้มีอาการปวดตา ปวดศีรษะ ทำงานไม่ได้เต็มที่ เพียงแก้ไขสายตาทุกอย่างจะเป็นปกติ ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น อีกทั้งผู้สูงอายุเกือบทุกคน หรือเมื่อมีอายุ 40 ปี ขึ้นไปจะมีภาวะสายตาผู้สูงอายุ (Presbyopia) ซึ่งถ้าไม่ได้รับการแก้ไข จะบั่นทอนการทำงานลง


August 9, 2014 in สุขภาพ
Tags: , | Comments Off

การตรวจหาความผิดปกติในการมองเห็น

ดวงตา มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรับรู้สิ่งต่างๆรอบตัว

แต่ด้วยสภาพแวดล้อมและการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนกระตุ้นให้สายตามีโอกาสเสื่อมเร็วกว่าปกติ และเป็นสาเหตุของปัญหาสายตาตามมา เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคต้อกระจก เป็นต้น การใส่ใจดูแลสุขภาพสายตาจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม หากมีอาการตาล้า หรือปวดตา หาสำลีชุบน้ำมาวางขณะหลับตา จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดอาการล้าของสายตาได้ดี ปรับความสว่างของห้องทำงานให้เหมาะสม ไม่ควรทำงานในที่ที่มีแสงจ้าเกินไป รวมถึงปรับแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน จัดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม โดยให้มีระยะห่างประมาณ 50-70 เซนติเมตร และปรับระดับจอภาพให้พอดี ไม่ควรให้อยู่สูงหรือต่ำ หากต้องใช้สายตาสำหรับการอ่านหนังสือนานๆ ระยะการอ่านหนังสือที่ดีไม่ควรใกล้กว่า 40 ซม.

ปัญหาด้านสายตามักพบมากขึ้นในทุกเพศทุกวัย

โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาที่ต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หรือดูโทรทัศน์เป็นเวลานาน ใช้สายตาอ่านหนังสือขณะแสงไม่เพียงพอ รวมถึงแสงจากแดดและลม ล้วนเป็นปัจจัยทำให้ดวงตาเสื่อมก่อนวัย ดังนั้นในแต่ละวันจึงควรหมั่นถนอม เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุด  หากท่านไม่สามารถมองเห็นได้ในระดับ 20/20 การตรวจด้วยเครื่องวัดสายตาอัตโนมัติ สามารถตรวจหาความผิดปกติในการมองเห็นของท่านได้ เช่น สายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิดและสายตาเอียง ซึ่งเกิดจากกำลังการรวมแสงไม่พอดีกับความยาวของลูกตา การวัดสายตาด้วยเครื่องวัดสายตาอัตโนมัติ สามารถหาค่าความผิดปกติในการมองเห็นของท่าน และมีการเปลี่ยนเลนส์ในแบบต่างๆเพื่อให้ได้การมองเห็นที่ดีที่สุดในตาแต่ละข้าง ซึ่งจักษุแพทย์จะใช้ผลจากการวัดสายตานี้ เพื่อใช้ตัดแว่นสายตาซึ่งเหมาะสมกับค่าสายตาของท่าน และค่าสายตาที่แน่นอนในการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ

สารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา

1.ลูทีน (Lutein) เป็นสารอาหารธรรมชาติกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบมากในตาบริเวณจุดรับภาพ และจอประสาทตา ทำหน้าที่ป้องกันรังสีจากแสงแดด ช่วยกรองแสงสีน้ำเงินที่จะทำลายดวงตา และช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาโดยการลดอนุมูลอิสระที่ทำลายดวงตา ร่างกายจำเป็นต้องได้รับลูทีนจากอาหาร โดยเฉพาะจากพืชผักสีเขียวเข้ม
2.บิลเบอร์รี่สกัด (Bilberry extract) เป็นสารอาหารกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoid) ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันเลนส์ตา และสร้างความแข็งแรงให้กับคอลลาเจนซึ่งเป็นโครงสร้างของคอร์เนีย (Cornea) และเส้นเลือดฝอยในตา ทำให้เส้นเลือดฝอยไม่เปราะแตกง่าย และป้องกันไม่ให้เซลล์ดวงตาขุ่นมัว อันเป็นสาเหตุของโรคต้อกระจก
3.เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) เป็นสารอาหารธรรมชาติที่พบมากในแครอท ฟักทอง ร่างกายจะเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนเป็นวิตามินเอ ซึ่งจะช่วยการมองเห็นในที่มืด ป้องกันโรคตาบอดตอนกลางคืน และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงดวงตา และป้องกันโรคตาหลายชนิด


July 25, 2014 in สุขภาพ
Tags: , , | Comments Off

โรคตาแดงที่สามารถแพร่ระบาดผ่านกันได้อย่างรวดเร็ว

หนึ่งในโรคสำคัญที่มักระบาดในฤดูฝนหรือในช่วงที่มีน้ำท่วม

ก็คือ โรคตาแดง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา และติดต่อแพร่ระบาดผ่านกันได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กๆที่มีนิสัยชอบเล่นน้ำอาจจะลงไปเล่นน้ำที่ท่วมขัง โรคตาแดงสามารถพบได้ในทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็ก วัยเรียน วัยรุ่น วัยทำงาน ผู้ใหญ่ ตลอดจนผู้สูงอายุ และมักเกิดในโรงเรียน โรงพยาบาล ที่ทำงาน สถานเลี้ยงเด็ก ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู้คนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก และโรคตาแดงมักจะระบาดในช่วงฤดูฝน และระยะเวลาของโรคจะเป็นประมาณ 5-14 วัน ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่น

โรคตาแดงเป็นโรคตาที่พบได้บ่อย เป็นการอักเสบของเยื่อบุตาที่คลุมหนังตาบนและล่างรวมเยื่อบุตาที่คลุมตาขาว โรคตาแดงอาจจะเป็นแบบเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรัง สาเหตุอาจจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส Chlamydia trachomatis ภูมิแพ้ หรือสัมผัสสารที่เป็นพิษต่อตา สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส มักจะติดต่อทางมือ ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวโดยมากใช้เวลาหาย 2 สัปดาห์ ตาแดงจากโรคภูมิแพ้มักจะเป็นตาแดงเรื้อรัง มีการอักเสบของหนังตา ตาแห้ง การใช้ contact lens หรือน้ำยาล้างตาก็เป็นสาเหตุของตาแดงเรื้อรัง

สาเหตุของโรคตาแดงที่พบโดยทั่วไป

1.ตาแดงจากเชื้อไวรัส มักจะไม่ค่อยมีขี้ตา แต่มีน้ำตาไหล เคืองตามาก อาจมีต่อมน้ำเลืองที่หน้าหูโต มักเริ่มเป็นที่ตาใดตาหนึ่งก่อน และลามไปเป็นทั้งสองตาอย่างรวดเร็ว มีประวัติติดต่อกันในคนหมู่มากหรือจากที่ทำงาน โรงเรียน หรือในครอบครัว มักจะหายได้เองใน 1-2 สัปดาห์
2.ตาแดงจากเชื้อแบคทีเรีย จะมีขี้ตาเป็นสีเขียวหรือสีเหลือง อาจเป็นตาเดียวหรือสองตาก็ได้ ติดต่อกันได้เช่นกัน แต่จะระบาดน้อยกว่าตาแดงจากเชื้อไวรัส
3.ตาแดงจากโรคภูมิแพ้ จะมีอาการคันตามาก น้ำตาไหล อาจมีขี้ตาขาวหรือเหนียว หนังตาบวม มักมีประวัติเป็นๆหายๆ อาจมีสาเหตุของการแพ้ชัดเจนหรือมีอาการแพ้ของร่างกายส่วนอื่น เช่น หอบหืดร่วมด้วย เป็นต้น

วิธีการการรักษาโรคตาแดง

การรักษาโรคตาแดงตามลักษณะอาการของโรค เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสนี้โดยตรง ถ้ามีขี้ตามากก็หยอดยาปฎิชีวนะ มีไข้ เจ็บคอ ก็ใช้ยาแก้อักเสบร่วมด้วยกับยาลดไข้ ยาลดปวด โดยผู้ป่วยโรคตาแดงต้องพยายามรักษาสุขภาพพักผ่อนมากๆโดยเฉพาะในช่วงที่มีอาการตาแดงอย่างรุนแรง ไม่ควรทำงานดึกควรนอนให้เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องปิดตาไว้ตลอด ยกเว้นมีกระจกตาอักเสบ เคืองตามาก จึงปิดตาเป็นครั้งคราว และควรสวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันแสง โดยควรงดการใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน ทุกครั้งที่จับตาควรล้างมือให้สะอาด ผู้ป่วยไม่ควรลงเล่นน้ำในสระเพราะจะแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปในน้ำได้ หากรักษาด้วยยาป้ายตาหรือยาหยอดตานานเกิน 7 วัน แล้วอาการยังไม่ทุเลา หรือมีอาการอื่นร่วม ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะหากทิ้งไว้นานถึงขั้นตาบอดได้


June 25, 2014 in สุขภาพ
Tags: , , | Comments Off

ผลกระทบต่อสุขภาพสายตาที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ

ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทำให้เรารับรู้แสง ทำให้เรามองเห็นและรับรู้เรื่องราวต่างๆ และตีความภาพสีและมิติต่างๆ ด้วยการประมวลผลจากแสง เป็นส่วนที่สำคัญของประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของร่างกาย เราใช้สายตาในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น การอ่าน การทำงาน การดูทีวี การเขียน  และกิจกรรมอื่นๆนับไม่ถ้วน

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น สภาพร่างกายเริ่มมีการเสื่อมสภาพ ทางด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระดูก รวมถึงอวัยวะต่างๆที่สำคัญ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของร่างกาย แต่สิ่งที่เราไม่ควรนิ่งเฉย นั่นคือ ความเสื่อมถอยที่นำไปสู่การสูญเสียที่ถาวร เช่นโรคตาเสื่อม ที่นำไปสู่การตาบอดได้ โดยส่วนมากผู้ป่วยจะไม่ทราบว่าตนเองมีอาการผิดปกติ จนกว่าจะได้เห็นการมองที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น ตาพร่า ความชัดเจนลดลง ภาพเกิดการบิดเบี้ยว

ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ทั้งที่ทำงานและที่บ้าน ช่วยอำนวยความสะดวก และยังสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลิน มีการใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานมากมายหลายสาขา จนกลายเป็นสิ่งจำเป็น ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ ในขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์ผู้ใช้จะต้องใช้สายตาดูที่จอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมา โดยเฉพาะสุขภาพทางตา ในปัจจุบันพบว่าผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์มีอาการไม่สบายตา เมื่อยตา ถึงแม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็ควรระมัดระวัง

ปัจจุบันมีผู้ป่วยทางตาจากคอมพิวเตอร์มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะจอคอมพิวเตอร์นั้นจะปล่อยรังสีออกมา ได้แก่ รังสีเอกซ์ ปริมาณที่น้อยมากทำให้ไม่เกิดอันตรายใดๆ แต่จะทำให้เกิดอาการเมื่อยตา เคืองตา ตาแดง ในผู้ที่ใช้งานเป็นเวลานาน แม้จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่พออายุเริ่มมากขึ้น ก็จะมีปัญหาเรื่องสายตา หรือมีอาการผิดปกติต่อดวงตา เช่น ต้อหิน ต้อกระจก การตรวจพบโรคในระยะแรกๆ จะทำให้ดวงตาสามารถได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และหายได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนตำแหน่งการจัดวางคอมพิวเตอร์ และท่านั่งให้เหมาะสมก็จะช่วยให้สบายขึ้น และจัดวางให้ห่างจากสายตาของผู้ใช้มากกว่าระยะปกติ การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ควรหยุดพักเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้ดวงตาเกิดอาการเมื่อยล้า และควรพบแพทย์ทันทีเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตา


May 21, 2014 in สุขภาพ
Tags: , | Comments Off